อะไรแพงขึ้นบ้างในยุค AI

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ AI ในช่วงปี 2025-2026 ไม่ได้เปลี่ยนแค่ไลฟ์สไตล์ของเราเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างราคาของทรัพยากรหลายอย่างทั่วโลก จากภาวะความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นี่คือสิ่งที่คาดการณ์ได้ว่าจะ “แพงขึ้น” อย่างแน่นอนครับ

1. หน่วยความจำ (RAM) และหน่วยเก็บข้อมูล (SSD)

นี่คือสิ่งแรกที่ผู้บริโภคจะสัมผัสได้ชัดเจนที่สุด

  • การแย่งชิงทรัพยากร: ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ (DRAM) รายใหญ่ เช่น Samsung และ Micron หันไปทุ่มกำลังการผลิตให้กับ HBM (High Bandwidth Memory) ซึ่งเป็นแรมประสิทธิภาพสูงสำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI เพราะได้กำไรดีกว่ามาก
  • ผลกระทบ: ส่งผลให้กำลังการผลิตแรม DDR5 สำหรับคอมพิวเตอร์ทั่วไปและสมาร์ทโฟนลดลง ข้อมูลล่าสุดระบุว่าราคาแรมอาจพุ่งสูงขึ้นถึง 40-50% ในช่วงต้นปี 2026 และเครื่องคอมพิวเตอร์ระดับเริ่มต้นอาจมีราคาแพงขึ้นกว่าเดิมราว 20%

2. หุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน AI (AI Infrastructure Stocks)

หุ้นกลุ่มที่เกี่ยวกับการผลิตชิป (GPU/NPU) และการวางระบบดาต้าเซนเตอร์จะยังคงมีมูลค่าสูงขึ้น

  • รอบการเติบโตใหม่: หุ้นอย่าง NVIDIA, AMD และ ASML ถูกปรับราคาเป้าหมายสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการสั่งซื้อชิปไม่ใช่แค่จากบริษัทเทคโนโลยี แต่ลามไปถึงระดับรัฐบาลที่ต้องการสร้าง “Sovereign AI” ของตนเอง
  • หุ้นผู้ผลิตไฟและอสังหาฯ ดาต้าเซนเตอร์: หุ้นกลุ่ม Utility (โรงไฟฟ้า) และ REITs ที่ถือครองพื้นที่ศูนย์ข้อมูลจะกลายเป็นขุมทรัพย์ใหม่ เพราะ AI ต้องการพื้นที่วางเซิร์ฟเวอร์มหาศาล

3. พลังงานและค่าไฟฟ้า (Energy Costs)

AI คือ “นักกินพลังงาน” ตัวยง การประมวลผลคำสั่งหนึ่งครั้งใช้ไฟมากกว่าการค้นหาบน Google ปกติหลายเท่า

  • Demand พุ่ง: ภายในปี 2026 คาดว่าศูนย์ข้อมูลทั่วโลกจะใช้ไฟฟ้าเทียบเท่ากับความต้องการของประเทศญี่ปุ่นทั้งประเทศ
  • ต้นทุนที่ส่งต่อถึงผู้บริโภค: เมื่อโครงข่ายไฟฟ้าต้องรับภาระหนักขึ้นจากการขยายตัวของดาต้าเซนเตอร์ ค่าไฟฟ้าพื้นฐานอาจมีการปรับตัวสูงขึ้นตามการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของภาครัฐและเอกชน

4. บุคลากรสายเทคนิคและทักษะเฉพาะทาง (AI Talent)

ในขณะที่ AI อาจเข้ามาแทนที่งานบางอย่าง แต่ค่าตัวของคนที่ “คุม AI” จะแพงหูฉี่

  • วิศวกรและผู้เชี่ยวชาญ: เงินเดือนของผู้ที่มีทักษะ AI Engineering, Data Science และ Cybersecurity สำหรับ AI จะพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากภาวะขาดแคลนแรงงานทั่วโลก
  • การเพิ่มทักษะ (Upskilling): หลักสูตรการเรียนรู้หรือการอบรมด้าน AI ที่ได้รับการรับรองระดับสากลจะมีราคาแพงขึ้นตามความต้องการขององค์กรที่อยากส่งพนักงานไปเรียน

ตารางสรุป: สิ่งที่จะ “แพงขึ้น” ในยุค AI 2026

สิ่งที่แพงขึ้นสาเหตุหลักกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ
RAM (DDR5)กำลังผลิตถูกดึงไปทำชิป AI (HBM)ผู้ซื้อคอมพิวเตอร์และมือถือ
การ์ดจอ (GPU)การแย่งชิงทรัพยากรระหว่างเกมเมอร์กับคนทำ AIเกมเมอร์และสายงานกราฟิก
ค่าไฟฟ้าการใช้พลังงานมหาศาลของ Data Centerครัวเรือนและธุรกิจทั่วไป
หุ้นชิปและคลาวด์ความเชื่อมั่นในการเติบโตของกำไรบริษัทนักลงทุนในตลาดหุ้น
ทรัพยากรน้ำAI ต้องการน้ำมหาศาลในการระบายความร้อนชุมชนรอบนิคมอุตสาหกรรม

บทสรุป

ในภาพรวม AI กำลังทำให้ “ต้นทุนทางกายภาพ” (Hardware & Energy) แพงขึ้น แต่ในทางกลับกันมันอาจทำให้ “ต้นทุนทางความคิด” หรือการทำงานเชิงธุรการถูกลงผ่านการใช้ระบบอัตโนมัติ ผู้บริโภคและนักลงทุนจึงต้องเตรียมตัวรับมือกับความผันผวนของราคาอุปกรณ์ไอที และมองหาโอกาสในกลุ่มพลังงานและเซมิคอนดักเตอร์ที่กำลังเป็นขาขึ้นครับ