แชทหนึ่งครั้ง ใช้พลังงานแค่ไหน? เบื้องหลังความฉลาดของ AI กับ “ราคา” ที่โลกต้องจ่าย

ทุกครั้งที่เราพิมพ์ถาม ChatGPT หรือสั่งให้ AI เจนรูปภาพสวยๆ ออกมา เราอาจจะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่อง “ดิจิทัล” ที่สะอาดและไร้ร่องรอย แต่ในโลกความเป็นจริง ทุกคำตอบของ AI มีต้นทุนเป็นพลังงานไฟฟ้าและน้ำมหาศาลที่ถูกสูบไปใช้ใน Data Center ขนาดประยักษ์ทั่วโลก

วันนี้เราจะพาไปส่อง “รอยเท้าคาร์บอน” ของปัญญาประดิษฐ์ และดูว่าเราจะใช้งานเทคโนโลยีนี้อย่างไรให้เป็นมิตรกับโลกมากขึ้นครับ

1. หนึ่งคำถาม = ไฟฟ้าหนึ่งดวง?

การประมวลผลของ AI ซับซ้อนกว่าการค้นหาใน Google ทั่วไปหลายเท่าตัว

ตัวเลขที่น่าตกใจ: มีการประมาณการว่าการถามคำถามกับ AI หนึ่งครั้ง (เช่น ให้ช่วยเขียนอีเมล) อาจใช้พลังงานไฟฟ้ามากกว่าการค้นหาผ่าน Google ทั่วไปถึง 10 เท่า!

• เพราะ AI ต้องใช้การคำนวณผ่านการประมวลผลของ GPU (Graphics Processing Unit) นับหมื่นตัวที่ทำงานพร้อมกันเพื่อให้ได้คำตอบที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุด

2. AI “กระหายน้ำ” ยิ่งกว่าที่เราคิด

Data Center ที่เก็บสมองของ AI นั้นร้อนมากครับ และวิธีระบายความร้อนที่นิยมที่สุดคือการใช้ “น้ำ”

สถิติที่น่าสนใจ: ทุกๆ การสนทนากับ AI ประมาณ 20-50 คำถาม (ขึ้นอยู่กับความซับซ้อน) ระบบอาจต้องใช้น้ำสะอาดมากถึง 500 มิลลิลิตร (เท่ากับน้ำดื่มหนึ่งขวดเล็ก) เพื่อมาระบายความร้อนให้เซิร์ฟเวอร์

• ลองจินตนาการดูว่าคนทั้งโลกคุยกับ AI พร้อมกันวันละหลายล้านครั้ง ปริมาณน้ำที่เสียไปจะมหาศาลขนาดไหน

3. ขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) กองเท่าภูเขา

ชิปประมวลผล AI มีอายุการใช้งานที่จำกัด และเทคโนโลยีเปลี่ยนไวมาก

• เพื่อให้ AI ฉลาดขึ้นเรื่อยๆ บริษัทเทคฯ ต้องเปลี่ยนชิปตัวใหม่ที่แรงกว่าเดิมทุกๆ 1-2 ปี ส่งผลให้ชิปตัวเก่ากลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่จัดการได้ยากและส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

4. เราจะช่วยโลกได้อย่างไรในยุค AI?

เราไม่จำเป็นต้องเลิกใช้ AI ครับ แต่เราใช้แบบ “ยั่งยืน” ได้:

ถามเมื่อจำเป็น: หากเรื่องไหนหาข้อมูลเองได้ง่ายๆ หรือเป็นเรื่องเล็กน้อย การใช้การค้นหาแบบธรรมดาก็ช่วยประหยัดพลังงานได้

Prompt ให้แม่นในครั้งเดียว: การเขียนคำสั่งที่ชัดเจนช่วยให้ AI ไม่ต้องประมวลผลซ้ำหลายรอบเพื่อแก้คำตอบให้เรา

สนับสนุนบริษัทที่มีหัวใจสีเขียว: เลือกใช้บริการจากค่าย AI ที่ประกาศใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) 100% ในศูนย์ข้อมูล

💡 สรุปส่งท้าย: ความฉลาดที่ต้องมาพร้อมความรับผิดชอบ

เทคโนโลยี AI คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหาโลกร้อนในอนาคต (เช่น การคำนวณหาวิธีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก) แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องไม่มองข้ามทรัพยากรที่เสียไปในปัจจุบัน

“จงใช้ความฉลาดของ AI อย่างคุ้มค่า เพื่อให้โลกของเรายังคงน่าอยู่ต่อไปคู่กับเทคโนโลยีครับ”