10 คำศัพท์ AI ที่ต้องรู้ในปี 2026! คุยกับใครก็รู้เรื่อง ไม่ตกเทรนด์แน่นอน

โลกของ AI เดินเร็วมาก และสิ่งที่ตามมาคือ “ศัพท์เทคนิค” ใหม่ๆ ที่โผล่มาทักทายเราทุกวัน จนบางทีก็แอบงงว่าเขากำลังพูดเรื่องอะไรกัน?

วันนี้เราคัดมาเน้นๆ กับ 10 คำศัพท์ที่พบบ่อยที่สุด พร้อมคำอธิบายแบบภาษามนุษย์ เข้าใจง่ายใน 1 นาทีครับ!


1. Prompt (พรอมต์)

  • มันคืออะไร: “คำสั่ง” หรือ “ชุดข้อความ” ที่เราพิมพ์บอก AI
  • เปรียบเทียบ: เหมือนการ “สั่งอาหาร” ยิ่งคุณสั่งละเอียด (เอาเผ็ดน้อย ไม่ใส่ผัก ใส่ไข่ดาว) พ่อครัว (AI) ก็จะทำอาหารออกมาได้ตรงใจคุณมากเท่านั้น

2. Generative AI (เจนเนอเรทีฟ เอไอ)

  • มันคืออะไร: AI สายสร้างสรรค์ที่สามารถ “สร้างสิ่งใหม่” ขึ้นมาได้ ไม่ใช่แค่การค้นหาข้อมูล
  • เปรียบเทียบ: เหมือน “ศิลปิน” ที่สามารถวาดรูปใหม่ แต่งเพลงใหม่ หรือเขียนบทความใหม่ขึ้นมาตามที่เราสั่ง

3. LLM (Large Language Model)

  • มันคืออะไร: โมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ถูกฝึกด้วยข้อมูลมหาศาล จนสามารถสื่อสารได้เหมือนมนุษย์ (เช่น ChatGPT, Gemini, Claude)
  • เปรียบเทียบ: เหมือน “ห้องสมุดเคลื่อนที่อัจฉริยะ” ที่อ่านหนังสือมาแล้วค่อนโลก และพร้อมจะมานั่งคุยกับคุณได้ทุกเรื่อง

4. Hallucination (ฮัลลูซิเนชัน)

  • มันคืออะไร: อาการ “หลอน” หรือการที่ AI นั่งเทียนตอบข้อมูลที่ไม่มีอยู่จริงด้วยความมั่นใจ
  • เปรียบเทียบ: เหมือนเพื่อนที่ “โม้เก่ง” เล่าเรื่องเป็นตุเป็นตะน่าเชื่อถือมาก แต่ความจริงคือมโนขึ้นมาเองล้วนๆ

5. AI Agents (เอไอ เอเจนท์)

  • มันคืออะไร: AI ที่ไม่ได้แค่ “ตอบคำถาม” แต่สามารถ “ลงมือทำงาน” แทนเราได้เป็นขั้นตอน
  • เปรียบเทียบ: เหมือน “เลขาฯ ส่วนตัว” ที่เราสั่งแค่ว่า “จองตั๋วเครื่องบินให้หน่อย” แล้วมันจะไปหาไฟลท์ เปรียบเทียบราคา และจองให้จนเสร็จโดยที่เราไม่ต้องคอยสั่งทีละสเต็ป

6. Fine-tuning (ไฟน์-ทูนนิ่ง)

  • มันคืออะไร: การนำ AI ที่เก่งอยู่แล้วมา “ฝึกสอนเพิ่มเติม” ในเรื่องเฉพาะทาง
  • เปรียบเทียบ: เหมือนการส่งหมอทั่วไปไปเรียนต่อเฉพาะทางด้านหัวใจ เพื่อให้เขาเชี่ยวชาญเรื่องนั้นๆ เป็นพิเศษ

7. Token (โทเคน)

  • มันคืออะไร: หน่วยที่ AI ใช้ “นับ” ปริมาณคำ (1 โทเคน มักจะสั้นกว่า 1 คำ)
  • เปรียบเทียบ: เหมือน “หน่วยเติมเงิน” เวลาเราคุยกับ AI ยิ่งคุยยาว AI ยิ่งใช้โทเคนเยอะ ซึ่งส่งผลต่อค่าบริการหรือขีดจำกัดในการตอบ

8. Multimodal (มัลติโมดอล)

  • มันคืออะไร: ความสามารถของ AI ที่รับรู้ข้อมูลได้ “หลายช่องทาง” ในเวลาเดียวกัน (มองเห็นภาพ, ฟังเสียง, อ่านข้อความ)
  • เปรียบเทียบ: เหมือนมนุษย์ที่มีครบทั้ง ตา หู และปาก ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การพิมพ์โต้ตอบอย่างเดียว

9. Deepfake (ดีปเฟก)

  • มันคืออะไร: เทคโนโลยีการปลอมแปลงใบหน้าหรือเสียงให้เหมือนคนจริงจนแยกไม่ออก
  • เปรียบเทียบ: เหมือน “หน้ากากวิเศษ” ที่เอาหน้าใครมาใส่ก็ได้ แล้วสั่งให้พูดหรือทำอะไรก็ได้ในวิดีโอ

10. Parameters (พารามิเตอร์)

  • มันคืออะไร: ตัวเลขที่บ่งบอกถึง “ขนาดและความซับซ้อน” ของสมอง AI ยิ่งเยอะ มักจะยิ่งฉลาด (แต่ก็ใช้พลังงานเยอะ)
  • เปรียบเทียบ: เหมือน “จำนวนเซลล์สมอง” ยิ่งมีเยอะ AI ก็ยิ่งจดจำและเชื่อมโยงข้อมูลยากๆ ได้ดีขึ้น

💡 สรุปส่งท้าย

การรู้คำศัพท์เหล่านี้จะช่วยให้คุณใช้งาน AI ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และที่สำคัญคือ “คุยกับคนในวงการรู้เรื่อง” ครับ! ในปี 2026 นี้ ใครที่เข้าใจศัพท์เหล่านี้ก่อน ก็ถือว่าก้าวขาเข้าสู่โลกอนาคตไปแล้วครึ่งตัว